ถ้าเคยได้ยินทีมงานหรือวิศวกรพูดถึง "Load Chart" ก่อนเริ่มงานยกของ แล้วสงสัยว่าคืออะไร บทความนี้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมเหตุผลว่าทำไมเอกสารแผ่นเดียวนี้ถึงสำคัญมากสำหรับความปลอดภัยหน้างาน
Load Chart คืออะไร
Load Chart คือตารางที่บอกน้ำหนักสูงสุดที่เครนแต่ละคันสามารถยกได้ ในแต่ละระยะรัศมีและความสูงของบูม เป็นเอกสารหัวใจสำคัญที่วิศวกรใช้คำนวณและวางแผนการใช้งานเครนก่อนเริ่มงานจริง
ทำไมต้องเช็คก่อนยกของทุกครั้ง
แม้เครนแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการยกใกล้เคียงกัน แต่ตัวเลขที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามรุ่น ยี่ห้อ และสภาพรถแต่ละคัน เพื่อความแม่นยำในการวางแผนและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรตรวจสอบความสามารถในการยกจาก Load Chart ของเครนคันที่จะใช้งานจริงก่อนเริ่มงานเสมอ ไม่ควรอ้างอิงจากความจำหรือรุ่นใกล้เคียง
ตัวอย่างเอกสาร Load Chart จริง
ตัวอย่างเอกสารสเปกและ Load Chart จริงที่ใช้งานประกอบการวางแผนยกของ:
Load Chart และระบบความปลอดภัยของ BIG MACHINE TRADING
เครนทุกคันของบริษัทมี Load Chart ติดประจำรถให้ครบทุกคัน เพื่อให้ทีมงานและวิศวกรหน้างานตรวจสอบได้ทันที นอกจากนี้เครนยังมีหน้าจอแสดงผลในห้องควบคุม เพื่อความปลอดภัยเพิ่มอีกชั้น โดยหน้าจอนี้จะแสดงข้อมูลสำคัญ 2 อย่างระหว่างทำงานจริง:
- น้ำหนักที่กำลังยกอยู่ เทียบกับน้ำหนักสูงสุดที่ยกได้ ณ ตำแหน่งนั้น
- ความสูงของชิ้นงานที่ยกได้ ว่าสามารถยืดบูมสูงสุดได้เท่าไหร่
การมีทั้ง Load Chart แบบเอกสารและหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ควบคุมเครนและวิศวกรหน้างานมั่นใจได้ว่าการยกแต่ละครั้งอยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย ไม่เกินขีดความสามารถของเครน
ใช้ Load Chart เลือกขนาดเครน: ต้องรู้ 3 ตัวเลข
ก่อนเลือกขนาดเครน ทีมงานจะถามตัวเลข 3 ตัวทุกครั้ง คือ น้ำหนักของ ระยะจากจุดตั้งเครนถึงจุดวาง และความสูงที่ต้องยกขึ้นไป แล้วนำไปเทียบกับ Load Chart ตัวอย่างจาก Load Chart ของเครน 25 ตัน TADANO TR250M-6 กางขาเต็ม 6.3 เมตร
| ระยะจากจุดหมุนเครน | ยกได้สูงสุด |
|---|---|
| 3 เมตร | 25.0 ตัน |
| 8 เมตร | 10.55 ตัน |
| 12 เมตร | 5.5 ตัน |
| 16 เมตร | 3.45 ตัน |
| 20 เมตร | 2.2 ตัน |
ทีมงานแนะนำให้เผื่อไว้ ใช้ไม่เกินราว 75% ของพิกัด เช่น ที่ระยะ 12 เมตรพิกัด 5.5 ตัน ควรยกของ (รวมสลิงและตะขอ) ไม่เกินราว 4.1 ตัน ตัวอย่างจากคำถามที่ลูกค้าโทรมาจริง:
- ของ 500 กก. ที่ระยะ 10 เมตร: เครน 10 ตัน TADANO TR-100M-1 ที่ระยะนี้ยกได้ราว 1.5 ตัน ใช้เครน 10 ตันก็พอ
- ตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต หนัก 17 ตัน: เครน 25 ตันยกได้เฉพาะช่วงใกล้ตัวรถ (ราว 5 เมตร) พอเผื่อพิกัดแล้วไม่พอ ทีมงานจึงแนะนำเครน 35 ตันแทน
- น้ำหนักที่แจ้งไม่ตรงของจริง: เคยมีงานยกต้นไม้ที่แจ้งไว้ราว 1 ตัน แต่ต้นไม้เปียกฝนจนหนักจริงราว 2.7 ตัน ควรยืนยันน้ำหนักก่อนวันยก และเผื่อพิกัดไว้เสมอ
อยากรู้ว่าเครน 25 ตันยื่นได้ไกลแค่ไหน และเมื่อไหร่ต้องเปลี่ยนเป็น 50 ตันหรือต่อจิ๊บ อ่านต่อที่ เครน 25 ตันยื่นได้กี่เมตร
สรุป
Load Chart ไม่ใช่แค่เอกสารประกอบ แต่เป็นเครื่องมือวางแผนความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับทุกงานยกของ การเลือกใช้บริษัทที่ให้ Load Chart ครบทุกคันพร้อมระบบแสดงผลความปลอดภัยในห้องควบคุม จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและทำให้วิศวกรวางแผนงานได้แม่นยำขึ้น
Load Chart คืออะไร?
เป็นตารางบอกน้ำหนักที่เครนยกได้จริงตามระยะและมุมบูม ณ ขณะนั้น เป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนงานวิศวกรรม
ทำไมต้องเช็ค Load Chart ก่อนยกของทุกครั้ง?
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการยกน้ำหนักเกินพิกัดที่เครนรับได้จริง ณ ระยะและมุมบูมที่ใช้งาน
BIG MACHINE TRADING มีระบบตรวจสอบ Load Chart ยังไง?
มีระบบแสดงผลความปลอดภัยติดรถเครนทุกคัน ช่วยให้คนขับเห็นข้อมูล Load Chart แบบเรียลไทม์ขณะทำงาน
ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเลือกขนาดเครน?
ต้องรู้ 3 ตัวเลข คือ น้ำหนักของ ระยะจากจุดตั้งเครนถึงจุดวาง และความสูงที่ต้องยก แล้วเทียบกับ Load Chart ควรเผื่อไว้ ใช้ไม่เกินราว 75% ของพิกัด และนับน้ำหนักสลิงกับตะขอรวมด้วย
อยากขอดู Load Chart ก่อนตัดสินใจเช่าเครน?
ทีมงานยินดีส่ง Load Chart ของรถเครนที่ต้องการให้ตรวจสอบก่อนเริ่มงาน
