ก่อนจะสร้างอาคารบนเสาเข็มทั้งโครงการ วิศวกรต้องมั่นใจก่อนว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้จริง ขั้นตอนนี้เรียกว่าการทดสอบเสาเข็ม (Pile Load Test) ซึ่งแทบทุกวิธีต้องใช้เครนช่วย บทความนี้อธิบายการทดสอบเสาเข็ม 2 วิธีที่ BIG MACHINE TRADING เคยเข้าไปทำงานจริง และเครนทำหน้าที่อะไรในแต่ละวิธี
1. ทำไมต้องทดสอบเสาเข็ม
เสาเข็มอยู่ใต้ดิน มองไม่เห็นว่ารับน้ำหนักได้จริงแค่ไหน ชั้นดินแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน การทดสอบช่วยยืนยันว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามแบบ ลดความเสี่ยงที่อาคารจะทรุดตัวหลังสร้างเสร็จ โดยเฉพาะโรงงานที่ต้องรับน้ำหนักเครื่องจักรหนัก และอาคารบนพื้นที่ถมใหม่หรือดินอ่อน
2. Static Load Test: กดด้วยน้ำหนักถ่วง (Kentledge)
วิธีนี้ตั้งโครงเหล็กคร่อมหัวเสาเข็มที่จะทดสอบ แล้ววางบล็อกคอนกรีตเรียงซ้อนบนโครงเป็นน้ำหนักถ่วง จากนั้นใช้แม่แรงไฮดรอลิกดันหัวเสาเข็มลงทีละขั้น โดยมีน้ำหนักถ่วงด้านบนเป็นตัวต้าน วิศวกรวัดว่าเสาเข็มทรุดลงเท่าไหร่ในแต่ละขั้นของน้ำหนัก
เครนทำหน้าที่ยกชิ้นส่วนโครงเหล็กขึ้นประกอบ ยกบล็อกคอนกรีตถ่วงขึ้นวางเรียงบนโครง และย้ายอุปกรณ์ทั้งชุดไปเสาเข็มต้นถัดไป งานทดสอบเสาเข็มย่านสุขุมวิท 76 ใช้เครนล้อยาง 25 ตันสนับสนุนงานนี้ แล้วทำงานต่อในขั้นปักเสาเข็มจริง รวมประมาณ 1-2 เดือน
3. Dynamic Load Test: ปล่อยน้ำหนักกระแทก
วิธีนี้ใช้เครนยกน้ำหนักทดสอบขึ้นไปที่ความสูงที่กำหนด แล้วปล่อยลงกระแทกหัวเสาเข็ม อุปกรณ์วัดที่ติดกับเสาเข็มจะบันทึกแรงกระแทกและการตอบสนองของเสาเข็ม แล้ววิศวกรนำไปวิเคราะห์ว่ารับน้ำหนักได้ตามแบบหรือไม่
งานนี้ต้องการความแม่นยำมากกว่ากำลังยก ความสูงและจังหวะปล่อยต้องสม่ำเสมอทุกครั้ง ผลทดสอบจึงจะน่าเชื่อถือ งานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ทีมงานนำเครนตีนตะขาบ 80 ตันของบริษัทเข้าไปทำงานให้กับ CeTeau Thailand Ltd บริษัทวิศวกรรมปรับปรุงดินระดับนานาชาติ พร้อมรถตักล้อยางช่วยงานเตรียมพื้นที่
4. เทียบ 2 วิธี
| หัวข้อ | Static (Kentledge) | Dynamic (ปล่อยน้ำหนัก) |
|---|---|---|
| หลักการ | กดน้ำหนักทีละขั้น วัดการทรุด | ปล่อยน้ำหนักกระแทก วัดแรงตอบสนอง |
| หน้าที่ของเครน | ยกโครงเหล็กและบล็อกถ่วง ย้ายอุปกรณ์ | ยกน้ำหนักขึ้นแล้วปล่อยซ้ำๆ |
| สิ่งที่เครนต้องมี | กำลังยกพอสำหรับบล็อกถ่วง ย้ายจุดได้คล่อง | ความแม่นยำและจังหวะสม่ำเสมอ |
| งานจริงของเรา | เครนล้อยาง 25 ตัน สุขุมวิท 76 | เครนตีนตะขาบ 80 ตัน มาบตาพุด |
การเลือกวิธีทดสอบเป็นหน้าที่ของวิศวกรผู้ออกแบบ ส่วนขนาดเครนขึ้นกับน้ำหนักบล็อกถ่วงหรือน้ำหนักทดสอบที่ใช้ และระยะที่ต้องยก
5. เตรียมอะไรก่อนเรียกเครนงานทดสอบเสาเข็ม
- น้ำหนักของที่ต้องยก: น้ำหนักบล็อกถ่วงแต่ละก้อน หรือน้ำหนักทดสอบที่ใช้ปล่อย
- จำนวนต้นที่ทดสอบและตำแหน่ง: ใช้วางแผนการย้ายเครนและจำนวนวัน
- สภาพพื้น: ไซต์ที่เพิ่งถมหรือดินอ่อนอาจต้องปูแผ่นเหล็ก อ่านเพิ่มที่ แผ่นเหล็กรองพื้นเครน
- เอกสารเข้าพื้นที่: งานในนิคมอุตสาหกรรมมีขั้นตอนเข้าออกเข้มงวด อ่าน เอกสารเข้าไซต์โรงงาน-นิคมฯ
สรุป
การทดสอบเสาเข็มยืนยันว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามแบบก่อนสร้างอาคาร แบบ Static ใช้เครนยกโครงเหล็กและบล็อกคอนกรีตถ่วง แบบ Dynamic ใช้เครนยกน้ำหนักขึ้นแล้วปล่อยกระแทกหัวเข็มอย่างแม่นยำ ทีมงาน BIG MACHINE TRADING ทำงานร่วมกับทีมวิศวกรทดสอบมาแล้วทั้งสองแบบ
ทดสอบเสาเข็มคืออะไร ทำไมต้องทำ?
คือการยืนยันว่าเสาเข็มรับน้ำหนักได้ตามที่วิศวกรออกแบบไว้จริงก่อนสร้างอาคาร เพราะมองเสาเข็มใต้ดินไม่เห็น และชั้นดินแต่ละพื้นที่ต่างกัน ช่วยลดความเสี่ยงอาคารทรุดตัวหลังสร้างเสร็จ
Kentledge คืออะไร?
คือวิธีทดสอบเสาเข็มแบบ Static ที่ตั้งโครงเหล็กคร่อมหัวเสาเข็ม วางบล็อกคอนกรีตเรียงซ้อนบนโครงเป็นน้ำหนักถ่วง แล้วใช้แม่แรงดันหัวเสาเข็มลงทีละขั้น วัดการทรุดตัวในแต่ละขั้น
งานทดสอบเสาเข็มใช้เครนกี่ตัน?
ขึ้นกับวิธีทดสอบและน้ำหนักที่ต้องยก งานของทีมงานมีทั้งเครนล้อยาง 25 ตันสนับสนุนงานแบบ Kentledge ที่สุขุมวิท 76 และเครนตีนตะขาบ 80 ตันงานปล่อยน้ำหนักกระแทกที่มาบตาพุด
Static กับ Dynamic Load Test ต่างกันอย่างไร?
Static กดน้ำหนักลงทีละขั้นแล้ววัดการทรุดตัว เครนยกโครงเหล็กและบล็อกถ่วง ส่วน Dynamic ปล่อยน้ำหนักกระแทกหัวเสาเข็มแล้ววัดแรงตอบสนอง เครนต้องยกและปล่อยซ้ำๆ อย่างแม่นยำ การเลือกวิธีเป็นหน้าที่ของวิศวกรผู้ออกแบบ
มีงานทดสอบหรือปักเสาเข็ม?
แจ้งวิธีทดสอบ น้ำหนักที่ต้องยก และจำนวนต้น ทีมงานจัดเครนที่เหมาะให้
