เป็นคำถามที่ผู้รับเหมาหลายคนลังเลก่อนเริ่มงาน เพราะเครนทั้งสองแบบต่างก็มีจุดเด่นคนละแบบ ไม่มีแบบไหนดีกว่ากันเสมอไป ขึ้นอยู่กับลักษณะหน้างานของแต่ละโครงการ บทความนี้รวบรวม 6 ปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ จากประสบการณ์หน้างานจริง
1. พื้นที่ยืนของเครน — ปัจจัยที่สำคัญที่สุด
เครนตีนตะขาบมีข้อได้เปรียบเรื่องจุดศูนย์ถ่วงที่ดีกว่า ไม่ต้องเสียเวลากางขา (outrigger) ก่อนยกของเหมือนเครนล้อยาง ทำให้ย้ายตำแหน่งและเริ่มงานได้เร็วกว่า และด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ดีกว่านี้เอง เครนตีนตะขาบจึงยกน้ำหนักได้มากกว่าเมื่อเทียบตันเท่ากันตาม Load Chart เช่น เครนตีนตะขาบ 55 ตัน อาจยกน้ำหนักได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าเครนล้อยาง 50 ตันในบางช่วงรัศมี
นอกจากนี้ ไม่ว่าพื้นหน้างานจะเละแค่ไหน เครนตีนตะขาบก็ยังลุยงานต่อได้ ในขณะที่เครนล้อยางต้องการพื้นที่ที่ค่อนข้างเรียบและแน่นกว่าในการกางขาตั้งเครน
2. บูมเครน — บูมสาน VS บูมท่อน
เครนตีนตะขาบส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นบูมสาน (Lattice Boom) ซึ่งต้องประกอบ/ถอดท่อนบูมด้วยทีมงานเมื่อต้องการเปลี่ยนความยาว ในขณะที่เครนล้อยางแทบทั้งหมดเป็นบูมท่อน (Telescopic Boom) ที่ยืด-หดได้ด้วยระบบไฮดรอลิกทันที ไม่ต้องประกอบใหม่ทุกครั้ง
ข้อดีของบูมท่อนคือความสะดวกและประหยัดเวลาหน้างาน เพราะผู้ควบคุมสามารถปรับความยาวบูมได้ทันทีตามหน้างาน ไม่ต้องหยุดรองาน
3. ค่าใช้จ่าย — เครนตีนตะขาบมีต้นทุนแฝงมากกว่า
แม้ค่าเช่าต่อวันอาจใกล้เคียงกัน แต่เครนตีนตะขาบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลายรายการที่เครนล้อยางไม่มี:
- ค่าติดตั้ง-รื้อถอน ต้องใช้ทีมงานมืออาชีพโดยเฉพาะ
- ต้องมีเครนล้อยางอีกคันช่วยยกประกอบชิ้นส่วนตอนติดตั้ง
- ค่าขนส่งท่อนบูมสาน (แยกขนจากตัวรถ)
- ค่าวิศวกรตรวจเซฟตี้ทุกครั้งหลังติดตั้งเสร็จ
เพราะงั้นเวลาคำนวณงบประมาณ ควรคิดรวมค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่แค่ค่าเช่าเครนรายวัน/รายเดือนอย่างเดียว
4. ความเหมาะกับประเภทงาน
| ประเภทงาน | เครนที่เหมาะสม |
|---|---|
| งานเข็มเจาะ / งานฐานราก (มีแรงสั่นสะเทือนสูง) | เครนตีนตะขาบ — รองรับแรงสั่นสะเทือนถึงตัวรถได้ดีกว่า |
| งานทั่วไป ต้องการความคล่องตัว พื้นที่จำกัด | เครนล้อยาง — เคลื่อนย้ายง่าย เข้าพื้นที่แคบได้ดีกว่า |
5. เชื้อเพลิง
เครนตีนตะขาบกินน้ำมันมากกว่าเครนล้อยาง แม้จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน เพราะตัวเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักกว่าในการขับเคลื่อนระบบตีนตะขาบและยกน้ำหนักมาก
6. การบำรุงรักษา
ในส่วนนี้ทั้งสองแบบมีค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาที่ใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: เลือกแบบไหนดี
ถ้าหน้างานเป็นพื้นที่เละ ไม่มั่นคง หรือเป็นงานที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงอย่างงานเข็มเจาะ-ฐานราก เครนตีนตะขาบ จะตอบโจทย์มากกว่า ถึงแม้ต้นทุนรวมจะสูงกว่า แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่เน้นความคล่องตัว เข้า-ออกพื้นที่บ่อย หรือพื้นที่จำกัด เครนล้อยาง จะสะดวกและประหยัดกว่าในภาพรวม
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณเหมาะกับแบบไหน ทีมงานยินดีช่วยตรวจหน้างานและแนะนำให้ฟรีก่อนตัดสินใจ
ไม่แน่ใจว่าหน้างานของคุณเหมาะกับเครนแบบไหน?
ทีมงานยินดีให้คำแนะนำและตรวจหน้างานฟรี ก่อนเสนอเครนที่เหมาะสมที่สุด
